อบราโมวิชร่วมยินดี เชลซีขายสโมสรลุล่วง-ขอบคุณแฟนหนุน20ปี

อบราโมวิชร่วมยินดี

อบราโมวิชร่วมยินดี “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ร่วมยินดี เชลซี ได้ข้อสรุปผู้ครอบครองคนใหม่แล้ว

อบราโมวิชร่วมยินดี รับจะต้องขอบคุณอีกทั้งนักฟุตบอล, คณะทำงาน แล้วก็แฟนบอล ตลอดช่วงเกือบจะ 20 ปี กระทั่งถึง “สิงห์บลูส์” จะอยู่ในใจตนเองตลอดกาล

โรมัน อบราโมวิช สมัยก่อนเจ้าของกลุ่ม เชลซี ออกคำแถลงขอบคุณมากแฟนบอล “สิงห์บลูส์” ที่ส่งเสริมตนเองมาเกือบจะ 20 ปี ภายหลังที่สมาพันธ์บรรลุกติกาขายกลุ่มให้กับกรุ๊ปทุนของ ท็อดด์ โบห์ลี่ มหาเศรษฐีคนอเมริกัน เป็นที่เป็นระเบียบ ข่าวบอลไทยล่าสุด

อบราโมวิชร่วมยินดี

โดยที่ขั้นตอนทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งคาดว่าจะมีการประกาศถึงประเด็นการเข้ายึดครองในวันจันทร์ที่ 30 เดือนพฤษภาคม นี้

“อาเสี่ยหมี” เข้ามาซื้อธุรกิจ เชลซี ตั้งแต่ปี 2003 และก็ช่วยทำให้กลุ่มประสบผลสำเร็จมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้กระนั้นจำต้องมาโดนรัฐบาลอังกฤษ สั่งคว่ำบาตร และก็บีบให้กระทั่งจำเป็นต้องขายชมรม

เพื่อโต้กลับจากการที่เจ้าตัวมีความสนิทสนมกับ วลาดิมีร์ ปูตำหนิน ปูติเตียนน ผู้นำของประเทศรัสเซีย ที่ส่งกองกำลังด้านทหารเข้ารุกรานประเทศยูเครน

อบราโมวิช ออกจดหมายคำอธิบายเมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมาว่า “ผ่านมาแทบ 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่แมื่อผมประกาศความตั้งอกตั้งใจสำหรับในการขายสมาคมบอล เชลซี ในตอนก่อนหน้านี้

กลุ่มของพวกเราดำเนินงานอย่างมากเพื่อตามหาผู้ครอบครองที่เหมาะสมกับสมาพันธ์ เชลซี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนำพาสมาพันธ์ก้าวสู่หน้าที่ถัดไปอย่างไปถึงเป้าหมาย”

“การเป็นเจ้าของชมรมที่นี้ มากับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ที่ผมเข้าซื้อ เชลซี เมื่อแทบ 20 ที่แล้ว ผมได้เห็นมากับตาตนเองว่าชมรมที่นี้สามารถประสบผลสำเร็จอะไรได้บ้าง

อบราโมวิชร่วมยินดี

จุดมุ่งหมายของผมเป็นกระบวนการทำให้แน่ใจว่าผู้ครอบครองคนถัดไป มีความคิดที่จะทำให้กลุ่มชายรวมทั้งหญิงประสบผลสำเร็จ รวมทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจรวมทั้งแรงกระตุ้นเพื่อปรับปรุงหัวใจสำคัญอื่นๆของสมาพันธ์ถัดไป ได้แก่ระบบค้างเดมี่ แล้วก็งานที่สำคัญของมูลนิธิ เชลซี”

“ผมยินดีที่การคัดเลือกคราวนี้ได้ผลสรุปที่ไปถึงเป้าหมาย ช่วงเวลาที่ผมมอบ เชลซี ให้กับผู้ดูแลคนใหม่ ผมต้องการให้พรให้พวกเขาบรรลุความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมที่สุดอีกทั้งในรวมทั้งนอกสนาม

ผมจะรู้สึกเป็นเกียรติไปตลอดชาติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของสมาคมที่นี้ ผมต้องการจะขอบคุณมากผู้เล่นอีกทั้งในอดีตกาลรวมทั้งเดี๋ยวนี้ คณะทำงาน แล้วก็แน่ๆขอขอบพระคุณแฟนบอลสำหรับขณะที่น่าทึ่งหลายต่อนับเป็นเวลาหลายปี” https://www.sfwa.info

“ผมพึงใจกับการบรรลุเป้าหมายด้วยกันของเรา มันจะก่อให้ผู้คนหลายล้านคนได้รับคุณประโยชน์จากมูลนิธิการบุญที่ใหม่ที่กำลังก่อตั้ง นี่เป็นมรดกที่พวกเราด้วยกันทำขึ้นมา”

โรมัน อบราโมวิช ออกโรงอธิบายผ่านผู้ประกาศของตนว่ามิได้ขอเงินโตคืนเสมือนที่ลือกัน พร้อมการันตีว่าอยากที่จะให้ผู้ที่จะมาเป็นเจ้าของ เชลซี ต่อจากเขา ลงทุนกับทุกด้านของชมรมอย่างเต็มเปี่ยม

โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ไม่ยอมรับกระแสข่าวที่กล่าวว่าตนขอเงินที่เคยให้ เชลซี กู้ยืมไป ภายหลังที่ว่ากันว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาในกระบวนการขายกลุ่ม ดื่มด่ำกับความสุข

อบราโมวิช ถูกบีบให้ขาย เชลซี จากการที่รัฐบาลของสหราชอาณาจักรคิดว่าเขามีความสนิทสนมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำของ รัสเซีย กระทั่งทำให้ทางรัฐบาลของเมืองผู้ดีสั่งคว่ำบาตรเขารวมทั้งยึดทรัพย์สินของเขา โดยในช่วงเวลานี้ ปูติน กำลังโดนหลายข้างต่อว่าอย่างหนักโทษฐานที่รุกราน ยูเครน

ดังนี้ อบราโมวิช เคยประกาศเองว่าจะไม่ขอรับรายได้อะไรก็แล้วแต่จากแนวทางการขาย เชลซี รวมทั้งจะนำเงินส่วนหนึ่งส่วนใดไปช่วยคนที่เผชิญภัยการรบด้วย

ซึ่งตลอดตอนก่อนหน้าที่ผ่านมาแนวโน้มแนวทางการขายกลุ่มก็มองเป็นได้ด้วยดี ท่ามกลางข่าวลือว่า ท็อดด์ โบห์ลี่ คนมั่งคั่งคนประเทศอเมริกาเป็นตัวเต็งคะที่กำลังจะได้เข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซี

อย่างไรก็แล้วแต่ ตอนไม่กี่วันที่ผ่านมามันกลับไม่มีความรุดหน้ามากมายสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็มีข่าวลือว่าสาเหตุเป็นเนื่องจากว่า อบราโมวิช อยากที่จะให้มีการคืนเงินที่เขาเคยปลดปล่อยให้ เชลซี กู้เงินไปแบบครบทุกบาททุกเงิน

ซึ่งจำนวนเงินที่ว่าอยู่ในระดับ 1.5-1.6 พันล้านปอนด์ (ราว 64,500-68,800 ล้านบาท) และก็โน่นก็ขัดกับกฎเกณฑ์ที่ดินรัฐบาลตั้งเอาไว้ เพราะว่าพวกเขาแสดงจุดยืนอย่างแจ่มแจ้งว่า อบราโมวิช จำเป็นจะต้องมิได้เงินเข้ากระเป๋าแม้กระทั้งนิดหนึ่งกับดีลแนวทางการขายกลุ่ม

โดยมันถึงกับขนาดมีการเล่นหลักสำคัญเหตุว่า เชลซี จะโดนขับออกมาจากลีกถ้าไม่อาจจะหาผู้ครอบครองใหม่ได้ข้างในวันที่ 8 เดือนมิถุนายนนี้

แม้กระนั้น ปัจจุบันพิธีกรของ อบราโมวิช ก็ออกมาแจกแจงเองว่านักธุรกิจชาวรัสเซียมิได้ขอให้มีการคืนเงินปริมาณดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเลย รวมทั้งจะมิได้รับรายได้อะไรก็ตามทั้งหมดกับแนวทางการขายกลุ่มในคราวนี้แน่ๆ โดยคำชี้แจงบอกว่า “ภายหลังที่สื่อมีการเสนอข่าวสารเกี่ยวกับแนวทางการขาย เชลซี เอฟซี แล้วนั้น พวกเราก็ต้องการจะขออธิบายในบางประเด็น”

“ข้อแรก ความมุ่งมั่นของ มิสเตอร์ อบราโมวิช สำหรับในการมอบรายได้จากวิธีขาย เชลซี ให้กับการบุญนั้นยังคงมีอยู่เหมือนเดิม นับจากที่มีการประกาศในพื้นฐาน คณะทำงานของ มิสเตอร์ อบราโมวิช ก็ได้ติดต่อกับผู้แทนระดับที่ถือว่าสูงของหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับยูเอ็น (องค์การสหประชาชาติ)

รวมทั้งหน่วยงานด้านการบุญใหญ่ๆคณะทำงานของเขามีบทบาทจัดหน่วยงานการบุญแล้วก็คิดแผนในการจัดงานกิจกรรมต่างๆผูู้ช่ำชองอิสระชั้นแนวหน้าได้พูดจากับผู้แทนของรัฐบาลเพื่อนำเสนอองค์ประกอบแล้วก็แผนงานในพื้นฐานไปแล้ว

มิสเตอร์ อบราโมวิช มิได้มีส่วนร่วมงานกับในคราวนี้โดยตรง มันถูกจัดแจงโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระที่มีประสบการณ์กับการทำงานในหน่วยงานเพื่อสิทธิมนุษยชนมายาวนานหลายปี”

“ข้อสอง มิสเตอร์ อบราโมวิช มิได้ขอให้มีการคืนเงินที่เขาเคยให้ยืมไป มันไม่ใช่ข้อเท็จจริงแม้กระทั้งนิดนึง ข่าวสารที่พูดว่ามิสเตอร์ อบราโมวิช ขอเพิ่มราคาของสมาพันธ์ในนาที่ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่ความเป็นจริงด้วยเหมือนกัน สำหรับการหาเจ้าของที่ดีของ เชลซี เอฟซี นั้น

เขาได้กระตุ้นให้เหล่าคนที่ยื่นข้อเสนอทุกคนช่วยลงทุนกับสมาคมด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งโน่นรวมทั้งระดับอะคาเดมี่, กลุ่มหญิง, แนวทางปรับปรุงสนาม รวมทั้งการดูแลรักษาระดับแนวทางการทำงานของหน่วยงานด้านการบุญของ เชลซี ด้วย”

“วันหลังมิสเตอร์ อบราโมวิช โดนสหราชอาณาจักรสั่งคว่ำบาตรรวมทั้งถูกระบุข้อกำหนดต่างๆแล้วนั้น เงินที่เขาเคยปลดปล่อยให้กู้ไปมันก็แปลงเป็นว่าโดนสหภาพยุโรป (อียู) ริบไปด้วย

ซึ่งก็กล่าวได้ว่ามันจะไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเงินส่วนนั้นได้ และก็ขึ้นกับหน่วยงานของภาครัฐว่าจะทำอย่างไรกับมัน เงินกลุ่มนี้ยังถูกเก็บเอาไว้สำหรับหน่วยงาน ทางรัฐบาลเองก็ตระหนักถึงความจำกัดพวกนี้ เหมือนกันกับความหมายด้านกฎหมายอย่างดีเยี่ยม”

“พวกเราขออธิบายให้แจ้งชัดว่ามิสเตอร์ อบราโมวิช ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงหรือควบคุมเงินลงทุนพวกนี้ รวมทั้งเขาก็จะไม่เข้าถึงหรือควบคุมเงินพวกนี้ภายหลังทำขายกลุ่มได้แล้วแน่ๆ

แม้ว่าจะกำเนิดการเปลี่ยนแปลงไปบ้างนับจากที่เขาประกาศในพื้นฐาน เขาก็ยังตั้งใจจริงที่จะหาเจ้าของที่ดีสำหรับ เชลซี เอฟซี รวมทั้งทำให้แน่ใจว่ารายได้จากส่วนนั้นจะใช้ประโยชน์เพื่อการบุญถัดไป”